Mastercard เดินหน้าเปิดตัวระบบโอนคริปโตแนว Venmo บนบล็อกเชน

2

Mastercard บริษัทการเงินระดับโลก เตรียมปฏิวัติการชำระเงินด้วยคริปโทเคอร์เรนซี ด้วยการเปิดตัวระบบใหม่ที่ให้ผู้ใช้งานสามารถ โอนสินทรัพย์ดิจิทัลบนบล็อกเชนได้ง่ายเหมือนใช้แอป Venmo หรือ PayPal โดยไม่ต้องพิมพ์ที่อยู่กระเป๋าสตางค์ยาว ๆ อีกต่อไป

พัฒนาแอปชำระเงินคริปโตให้ใช้งานเหมือนโอนเงินผ่านเบอร์มือถือ
พัฒนาแอปชำระเงินคริปโตให้ใช้งานเหมือนโอนเงินผ่านเบอร์มือถือ

โปรเจกต์ใหม่นี้มีชื่อว่า Crypto Credential เป็นโซลูชันที่พัฒนาโดย Mastercard เพื่อให้สามารถ เชื่อมโยงกระเป๋าคริปโตกับ “นามแฝง” หรือ alias ที่จดจำง่าย ซึ่งจะช่วยให้การโอนเงินดิจิทัล “เหมือนส่งข้อความ” และลดความผิดพลาดจากการโอนผิดแอดเดรส

ระบบใหม่นี้มาพร้อมกับการร่วมมือกับพันธมิตรใหญ่ในวงการคริปโต ได้แก่ Bit2Me, Lirium และ Mercado Bitcoin ซึ่งเริ่มเปิดให้บริการแล้วในหลายประเทศทั่วลาตินอเมริกา และยุโรปบางส่วน โดยมีแผนขยายครอบคลุมกว่า 7 ประเทศ ในช่วงเปิดตัว

ใช้งานง่าย ส่งคริปโตผ่านชื่อผู้ใช้แทนแอดเดรส

ในแนวคิดของ Crypto Credential ผู้ใช้งานจะสามารถตั้ง ชื่อผู้ใช้งาน (username) สำหรับรับและส่งเหรียญแทนการใช้ Public Address ที่ซับซ้อน โดยระบบจะทำการตรวจสอบล่วงหน้าให้ว่า ปลายทางสามารถรองรับเหรียญที่กำลังจะส่งได้หรือไม่ และถ้าไม่ ระบบจะหยุดการโอนทันที เพื่อป้องกันความผิดพลาดหรือการสูญเสียเหรียญ

“เรากำลังเปลี่ยนวิธีการโอนสินทรัพย์ดิจิทัลให้เหมือนกับการใช้งานแอปการเงินทั่วไป” Mastercard กล่าวในประกาศ พร้อมระบุว่า ระบบนี้ยังสามารถขยายสู่การใช้งานในภาคธุรกิจ เช่น การชำระเงินระหว่างองค์กรในอนาคต

ขยายครอบคลุม 7 ประเทศ และพร้อมรองรับเครือข่ายบล็อกเชนหลายเจ้า

ระบบ Crypto Credential เปิดให้ใช้งานแล้วใน อาร์เจนตินา, บราซิล, ชิลี, ฝรั่งเศส, กัวเตมาลา, เม็กซิโก และปารากวัย และยังมีแผนขยายบริการครอบคลุมผู้ใช้งานทั่วโลกในอนาคตอันใกล้

ในด้านเทคโนโลยี Mastercard ยังได้ร่วมมือกับ เครือข่ายบล็อกเชนชั้นนำอย่าง Avalanche, Ethereum, Polygon และ Solana เพื่อให้ระบบสามารถทำงานข้ามเครือข่ายได้อย่างไร้รอยต่อ (cross-chain interoperability)

การตรวจสอบความถูกต้องของธุรกรรมจะดำเนินการผ่านระบบ attestation และ validation เพื่อให้แน่ใจว่าธุรกรรมปลอดภัย โปร่งใส และปฏิบัติตามข้อกำกับดูแลในแต่ละประเทศอย่างเหมาะสม

สร้างพื้นฐานสำหรับ Web3 ที่ใช้งานได้จริง

แนวคิดเบื้องหลัง Crypto Credential คือการสร้าง “โครงสร้างพื้นฐานเพื่อผู้ใช้งานทั่วไปในโลก Web3” ซึ่ง Mastercard มองว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการนำคริปโตมาใช้ในชีวิตประจำวันอย่างแท้จริง โดยเน้นความสะดวก ความปลอดภัย และความเป็นมิตรต่อผู้ใช้

ในอนาคต Mastercard มีแผนจะต่อยอดจากระบบนี้ไปสู่การยืนยันตัวตนในแบบ Decentralized ID (DID) และการตรวจสอบสิทธิ์การใช้งานของ NFT หรือ smart contract สำหรับธุรกรรมรูปแบบใหม่

“เราต้องการให้คริปโตไม่ใช่แค่เรื่องของเทคโนโลยี แต่กลายเป็นเรื่องของการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน” บริษัทกล่าวปิดท้าย

บทสรุป

การเปิดตัวระบบโอนเงินคริปโตแนว Venmo ของ Mastercard ผ่านโปรเจกต์ Crypto Credential เป็นก้าวใหญ่ในการเชื่อมโลกการเงินแบบดั้งเดิมกับโลกบล็อกเชน โดยใช้ประสบการณ์ที่ผู้ใช้งานคุ้นเคยมาเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างการยอมรับในวงกว้าง พร้อมรองรับการขยายไปสู่บริการทางการเงินในอนาคตบน Web3 อย่างเป็นรูปธรรม

แหล่งที่มา: cryptonews.com.au


คำเตือนความเสี่ยง:
ข้อมูลบนเว็บไซต์นี้จัดทำเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำด้านการลงทุน ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจ ความเสี่ยงจากการลงทุนเป็นความรับผิดชอบของผู้ลงทุนเอง
บทความก่อนหน้านี้Bitcoin ทำสถิติ Hashrate สูงสุดเป็นประวัติการณ์ แม้รายได้ขุดลดต่ำในยุคหลัง Halving
บทความถัดไปMetaplanet ซื้อเพิ่มอีก 160 BTC รวมถือ 4,206 เหรียญ ยึดเป้าหมาย 10,000 BTC ภายในปี 2025