อังกฤษพิจารณาเก็บภาษีผู้ซื้อคริปโต หวังหนุนการลงทุนในหุ้น

5

ในขณะที่กระแสการลงทุนในคริปโทเคอร์เรนซียังคงร้อนแรงในสหราชอาณาจักร เสียงสะท้อนจากแวดวงการธนาคารเริ่มเสนอแนวทางการกำกับดูแลและเรียกเก็บภาษีจากนักลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อควบคุมความร้อนแรงดังกล่าว และส่งเสริมการไหลเวียนของเงินเข้าสู่ตลาดทุนแบบดั้งเดิมมากยิ่งขึ้น

ธนาคารในสหราชอาณาจักรเสนอไอเดียเก็บภาษีจากผู้ซื้อคริปโทเคอร์เรนซี
ธนาคารในสหราชอาณาจักรเสนอไอเดียเก็บภาษีจากผู้ซื้อคริปโทเคอร์เรนซี

แนวคิดของการเก็บภาษีคริปโตเพื่อกระตุ้นตลาดหุ้น

Andrew Griffith รัฐมนตรีด้านบริการการเงินของอังกฤษได้ย้ำจุดยืนของรัฐบาลว่า “ต้องการให้สหราชอาณาจักรกลายเป็นศูนย์กลางของเทคโนโลยีคริปโตระดับโลก” อย่างไรก็ตาม เสียงเรียกร้องให้มีการจัดเก็บภาษีจากนักลงทุนคริปโตได้เริ่มดังขึ้น โดยเฉพาะจากฝั่งผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมการเงิน

David McLean หนึ่งในผู้บริหารจากธนาคารรายใหญ่ในลอนดอน เผยว่า “การเก็บภาษีจากนักลงทุนคริปโตอาจเป็นเครื่องมือสำคัญในการกระตุ้นให้ผู้คนหันมาลงทุนในหุ้นมากขึ้น ซึ่งส่งผลดีต่อเศรษฐกิจภาพรวม”

เหตุผลเบื้องหลังข้อเสนอ

McLean ระบุว่าพฤติกรรมของนักลงทุนยุคใหม่โดยเฉพาะคนรุ่นหนุ่มสาวหันไปลงทุนในคริปโตมากกว่าหุ้น เนื่องจากมองว่ามีโอกาสทำกำไรสูงกว่าในระยะสั้น ขณะเดียวกันตลาดหุ้นถูกมองว่ามีผลตอบแทนต่ำและซับซ้อน ซึ่งเป็นโจทย์ใหญ่ที่รัฐบาลและหน่วยงานกำกับดูแลต้องพิจารณาเพื่อปรับปรุงภาพลักษณ์และความดึงดูดของตลาดหุ้นอังกฤษ

“หากสามารถชะลอการแห่ลงทุนในคริปโตได้ โดยเสนอสิ่งจูงใจด้านภาษีให้กับตลาดทุน ก็อาจช่วยฟื้นฟูตลาดหุ้นที่กำลังเผชิญกับแรงกดดันได้” McLean กล่าว

ความเป็นไปได้และข้อท้าทาย

แม้แนวคิดการเก็บภาษีจะดูมีเหตุผลในเชิงเศรษฐกิจ แต่ก็ยังมีความท้าทายด้านนโยบาย โดยเฉพาะความเสี่ยงที่จะทำให้นักลงทุนคริปโตย้ายออกจากตลาดในประเทศและหันไปใช้บริการจากต่างประเทศแทน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของอังกฤษในเวทีการเงินระดับโลก

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลอังกฤษยังคงเปิดรับแนวทางใหม่ ๆ ในการควบคุมและส่งเสริมภาคเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างสมดุล

บทสรุป

ข้อเสนอในการเก็บภาษีจากผู้ลงทุนในคริปโทเคอร์เรนซีเพื่อส่งเสริมให้หันมาลงทุนในตลาดหุ้น สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของรัฐบาลอังกฤษในการหาจุดสมดุลระหว่างการสนับสนุนเทคโนโลยีใหม่กับการรักษาเสถียรภาพของตลาดการเงินแบบดั้งเดิม ซึ่งยังต้องติดตามต่อไปว่าทิศทางนโยบายจะเดินหน้าอย่างไรในอนาคต

แหล่งที่มา: cointelegraph.com


คำเตือนความเสี่ยง:
ข้อมูลบนเว็บไซต์นี้จัดทำเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำด้านการลงทุน ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจ ความเสี่ยงจากการลงทุนเป็นความรับผิดชอบของผู้ลงทุนเอง
บทความก่อนหน้านี้Microsoft เตือนภัย โทรจันใหม่โจมตีกระเป๋าเงินคริปโตผ่านส่วนขยายเบราว์เซอร์
บทความถัดไปFidelity เตรียมเปิดตัวกองทุนคลังสหรัฐฯ บน Ethereum ผ่าน Onchain Fund