ราคาคริปโตร่วงหลังทรัมป์ประกาศภาวะฉุกเฉิน พร้อมเก็บภาษีทั่วโลก

3

ตลาดคริปโทเคอร์เรนซีเกิดความผันผวนรุนแรงหลัง Donald Trump ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศ ภาวะฉุกเฉินระดับชาติ พร้อมออกคำสั่งเรียกเก็บ ภาษีนำเข้าทั่วโลกในอัตรา 10% โดยมีบางประเทศได้รับภาระมากกว่านี้ เช่น จีน (34%) สหภาพยุโรป (20%) และญี่ปุ่น (24%)

สงครามภาษีปะทุอีกครั้ง ตลาดคริปโตผันผวนทันที
สงครามภาษีปะทุอีกครั้ง ตลาดคริปโตผันผวนทันที

คำประกาศดังกล่าวมีขึ้นเมื่อวันที่ 2 เมษายน ในการแถลงข่าวที่ทำเนียบขาว โดยทรัมป์กล่าวว่า
“สหรัฐฯ กำลังเรียกเก็บภาษีจากประเทศต่าง ๆ ประมาณครึ่งหนึ่งของสิ่งที่พวกเขาเรียกเก็บจากเรา”

ตลาดคริปโตตอบสนองในทันที

แม้ว่าราคาคริปโตจะปรับตัวขึ้นชั่วคราวหลังทราบข่าวภาษี 10% แต่เมื่อรายละเอียดทั้งหมดถูกเปิดเผย ราคาก็ร่วงลงทั่วกระดาน โดย Bitcoin (BTC) ที่เคยพุ่งแตะระดับสูงสุดในวันนั้นที่ 88,500 ดอลลาร์ กลับร่วงลง 2.6% เหลือราว 82,876 ดอลลาร์

ขณะที่ Ethereum (ETH) ลดลงกว่า 6% จาก 1,934 ดอลลาร์ เหลือ 1,797 ดอลลาร์ และมูลค่ารวมของตลาดคริปโตทั้งหมดลดลง 5.3% เหลือ 2.7 ล้านล้านดอลลาร์ ตามข้อมูลจาก CoinGecko

ดัชนี Crypto Fear & Greed Index ซึ่งวัดระดับความกลัวในตลาดคริปโต รายงานระดับ “Extreme Fear” ที่คะแนน 25 ในการอัปเดตล่าสุด

อย่างไรก็ตาม ราคาฟื้นตัวเล็กน้อยในเวลาต่อมา โดย Bitcoin ขยับขึ้น 0.8% เป็น 83,205 ดอลลาร์ และ Ethereum ฟื้นกลับ 1.2% เป็น 1,810 ดอลลาร์

ผลกระทบต่อหุ้นและคำเตือนจากนักวิเคราะห์

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ก็ได้รับผลกระทบอย่างหนักเช่นกัน โดย The Kobeissi Letter รายงานว่า ดัชนี S&P 500 สูญเสียมูลค่ากว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์ ภายในวันเดียว หรือเทียบเท่ากับการสูญเสีย 125 พันล้านดอลลาร์ต่อนาที

Rachael Lucas นักวิเคราะห์จาก BTC Markets กล่าวว่า
“การพุ่งขึ้นชั่วคราวของราคานั้นเกิดจากความโล่งใจชั่วขณะ แต่พอรายละเอียดภาษีเปิดเผยครบก็เกิดแรงขายทันที”
เธอเสริมว่า ปริมาณการซื้อขายใน BTC Markets เพิ่มขึ้นถึง 46% ขณะที่นักลงทุนรายใหญ่รีบทำกำไร ในขณะที่รายย่อยยังลังเล

David Hernandez ผู้เชี่ยวชาญการลงทุนจาก 21Shares กล่าวว่า
“แม้อัตราภาษีจะสูงกว่าที่คาดเล็กน้อย แต่ความชัดเจนของนโยบายทำให้ตลาดเริ่มมีความมั่นใจในระยะยาว”
เขากล่าวว่า นักลงทุนสถาบันอาจมองเห็นโอกาสในการเข้าซื้อสินทรัพย์ที่ราคาตกลงจากความไม่แน่นอน

โลกจับตาการตอบโต้จากประเทศมหาอำนาจ

Hernandez เชื่อว่าการตอบสนองของประเทศต่าง ๆ โดยเฉพาะ จีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และเม็กซิโก จะเป็นปัจจัยชี้ทิศทางของตลาดในระยะถัดไป หากมีมาตรการตอบโต้ที่รุนแรง อาจนำไปสู่การเทขายเพิ่มเติมในวงกว้าง

ขณะเดียวกัน รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ Scott Bessent ได้เรียกร้องไม่ให้ประเทศพันธมิตรตอบโต้ทางการค้า โดยยืนยันว่าอัตราภาษีที่ออกมาในครั้งนี้ถือเป็น “ระดับสูงสุด” แล้ว และหากไม่มีการตอบโต้เพิ่มเติม ตลาดก็จะสามารถคาดการณ์สถานการณ์ได้ง่ายขึ้น

บทสรุป

การประกาศภาวะฉุกเฉินพร้อมมาตรการภาษีครั้งใหญ่ของทรัมป์ได้สั่นสะเทือนทั้งตลาดคริปโตและตลาดทุนทั่วโลก แม้ว่าราคาบางส่วนจะฟื้นตัวในเวลาต่อมา แต่ความกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้าระลอกใหม่ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักในระยะสั้น นักลงทุนควรจับตาปฏิกิริยาจากประเทศมหาอำนาจอย่างใกล้ชิด

แหล่งที่มา: cointelegraph.com


คำเตือนความเสี่ยง:
ข้อมูลบนเว็บไซต์นี้จัดทำเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำด้านการลงทุน ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจ ความเสี่ยงจากการลงทุนเป็นความรับผิดชอบของผู้ลงทุนเอง
บทความก่อนหน้านี้คณะกรรมาธิการการเงินสหรัฐฯ ผ่านร่างกฎหมาย STABLE Act คุมเข้ม Stablecoin
บทความถัดไปHusky Inu ประกาศวันเปิดตัว HINU Token อย่างเป็นทางการ เตรียมเขย่าวงการมีมคอยน์