คริปโตเคอร์เรนซี่ คืออะไร ? คำถามที่หลายๆ คน อยากรู้แต่ไม่อยากถาม!

0
135

หากกล่าวถึง “คริปโตเคอร์เรนซี่” ในยุคปัจจุบันนี้ คงจะเป็นคำที่หลายๆ คน นั้นรู้จักและคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี! เพราะไม่ว่าจะเป็นนักลงทุนมือเก๋าหรือมือใหม่ ต่างก็ตบเท้าเข้ามาในวงการ คริปโตฯ กันอย่างไม่ขาดสาย จนทำให้วงการนี้เกิดความคึกคักอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในประวัติการณ์ แต่! ก็ยังมีอีกหลายๆ คน เกิดคำถามว่า แล้ว “คริปโตเคอร์เรนซี่” มันคืออะไร ? เพราะฉะนั้นแล้วในบทความนี้ เราจะพาคุณไปรู้จักกับ “คริปโตเคอร์เรนซี่” กัน รับรองเลยว่าคุณจะรู้จักและเข้าใจกับเจ้าคำๆ นี้มากขึ้นอย่างแน่นอน!

คริปโตเคอร์เรนซี่ คืออะไรกันนะ ?

คริปโตเคอร์เรนซี่ หรือ Cryptocurrency คือทรัพย์สินดิจิทัลประเภทหนึ่งที่จำเป็นจะต้องอาศัยการเข้ารหัส ซึ่งคำว่า “Crypto” มีความหมายว่า การเข้ารหัส และคำว่า “Currency” หมายถึง สกุลเงิน ในปัจจุบันนี้ คริปโตเคอร์เรนซี่ ถูกจับตามองว่ามันอาจจะกลายเป็นสกุลเงินในอนาคตที่จะมีบทบาทสำคัญในการซื้อขายสินค้า/บริการระหว่างสินทรัพย์ดิจิทัลด้วยกัน อีกทั้งความน่าสนใจของคริปโตเคอร์เรนซี่นั้น คือกลไกลการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่จะแปรผันตามราคากลางในตลาด จนทำให้นักลงทุนหลายๆ คน หลงรักและเข้าไปสู่วงการคริปโตเคอร์เรนซี่หรือคริปโตฯ กันเป็นจำนวนมาก และมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ

หลักการทำงานที่น่าสนใจของคริปโตเคอร์เรนซี่

คริปโตเคอร์เรนซี่จะมีการเข้ารหัสลับเพื่อรับประกันธุรกรรมและยืนยันความถูกต้องของการโอนสินทรัพย์ โดยได้ใช้เทคโนโลยีแห่งยุคอย่าง “บล็อกเชน” ในการดำเนินกสน ซึ่งบล็อกเชนจะเปรียบเสมือนระบบกล่องบันทึกและส่งข้อมูลต่างๆ ให้กับทุกคน(ในระบบเครือข่ายเดียวกัน) ได้ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล โดยจุดเด่นคือบล็อกเชนไม่มีตัวกลาง ใช้คอมพิวเตอร์เพียงเครื่องเดียวก็สามารถตรวจสอบข้อมูล ส่งผลให้ระบบของบล็อกเชนนั้นไม่สามารถแก้ไขข้อมูลได้ตามอำเภอใจ เพราะข้อมูลได้ถูกเผยแพร่ออกไปแล้ว ซึ่งถ้าหากต้องการแก้ไขจริงๆ จะต้องย้อนกลับไปแก้ทุกสำเนาของทุกคนที่อยู่ในระบบ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ยุ่งยากและแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยด้วยซ้ำ

คริปโตเคอร์เรนซี่อะไร ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ?

คำตอบของคำถามนี้ก็คือ… “บิทคอยน์ (Bitcoin)” เนื่องจากบิทคอยน์เป็นสกุลเงินดิจิทัลแรกของโลก (เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 2009) และในปัจจุบันนี้การขุดบิทคอยน์ก็ไม่ได้ง่ายหรือเหลือเยอะเหมือนในอดีตอีกต่อไป (บิทคอยน์มีทั้งหมด 21 ล้านเหรียญ ตอนนี้ขุดพบไปแล้ว 18 ล้านเหรียญ ซึ่งเท่ากับว่าเหลือเพียง 3 ล้านเหรียญเท่านั้น) ทำให้บิทคอยน์ยิ่งมีมูลค่าสูงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อีกทั้งบิทคอยน์ยังได้เป็นต้นแบบของสกุลเงินเหรียญต่างๆ อีกด้วย

คริปโตเคอร์เรนซี่ 7 ประเภท ที่หลายๆ คน ไม่เคยรู้จัก!

เราเชื่อได้เลยว่าหลายๆ คน ยังไม่รู้ว่าแท้ที่จริงแล้วคริปโตเคอร์เรนซี่นั้นมีด้วยกันทั้งหมด 7 ประเภทหลักๆ ซึ่งก็คือ…
1.คริปโตฯ สัญญาอัจฉริยะ (Smart Contract)
เหรียญประเภทนี้คือ…เหรียญที่เป็นเครือข่ายบล็อกเชน โดยสามารถใช้ Smart Contract ได้ ซึ่งเจ้า Smart Contract นี้ คือสัญญาอัจฉริยะที่ทำให้ผู้พัฒนาคนอื่นๆ สามารถมาพัฒนาผลิตภัณฑ์อื่นๆ บนตัวมันได้ โดยมูลค่าของคริปโตฯ ประเภทนี้จะขึ้นอยู่กับความต้องการและความน่าสนใจของตัวผลิตภัณฑ์ที่ได้เข้ามาพัฒนาบนเครือข่ายของมัน
2.คริปโตฯ แบบรักษามูลค่า (Store of Value)
เหรียญคริปโตฯ ประเภทนี้มีจุดเด่นคือ มีจำนวนจำกัด ออกมาเท่าไหร่ก็เท่านั้น จะไม่มีการเพิ่มจำนวนใดๆ ทั้งสิ้น! ซึ่งมูลค่าของเหรียญจะขึ้นตรงกับความต้องการของตลาดเป็นหลัก อาทิ Bitcoin (BTC) Litecoin (LTC) เป็นต้น
3.คริปโตฯ แบบส่งต่อมูลค่า (Value Transfer)
คริปโตฯ แบบส่งต่อมูลค่า เป็นเหรียญของเครือข่ายที่ได้ออกแบบพัฒนาขึ้นเพื่อส่งต่อมูลค่าผ่านบล็อกเชน ส่งผลให้ค่าธรรมเนียมในการเทรดไม่สูงนัก อาทิ Ripple (XRP) Stellar (XLM)
4.คริปโตฯ เพื่อระบบการเงินแบบไม่รวมศูนย์ (Decentralized Finance)
เหรียญคริปโตฯ ประเภทนี้ที่เป็นเหรียญของระบบ DeFi หรือเรียกกันอีกแบบว่า token ซึ่ง DeFi ก็คือบริการทางการเงินที่สร้างขึ้นบนบล็อกเชนของข้อ 1 ที่เราเพิ่งพูดไปข้างต้น มูลค่าของเหรียญก็จะขึ้นอยู่กับการใช้งาน DeFi นั้นๆ
5.คริปโตฯ ประเภท Stablecoin
เหรียญคริปโตฯ ประเภทนี้จะมีมูลค่าค่อนข้างคงที่และมูลค่ามักจะขึ้นลงตามสกุลเงินหลักของโลก
6.คริปโตฯ ประเภท Oracle
เหรียญประเภท Oracle นี้ จะมีความแตกต่างจากเหรียญอื่นๆ ตรงนี้ว่า จะมีคนคอยป้อนข้อมูลจากโลกแห่งความเป็นจริงเข้าสู่บล็อกเชน เพื่อให้ผู้พัฒนาได้นำข้อมูลไปใช้งานต่อ โดยมูลค่าของเหรียญประเภทนี้จะขึ้นอยู่กับความนิยมของ Oracle แต่ละตัว และการเข้าถึงบริการของ Oracle แต่ละเหรียญ
7.Meme Coin เหรียญมีม
เหรียญที่มีความผันผวนสูง แต่! กลับได้รับความสนใจอยู่เสมอ คงต้องยกให้ Meme Coin ซึ่งเหรียญประเภทนี้ไม่ได้มีรายละเอียดเชิงลึกอะไรเลย มักจะสร้างขึ้นมาตามกระแส ยิ่งกระแสดีก็มีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น อาทิ Dogecoin (DOGE) เป็นต้น

รายละเอียดที่เรากล่าวไปข้างต้นคงจะทำให้คุณรู้จักและเข้าใจกับความว่า “คริปโตเคอร์เรนซี่” กันเพิ่มมากยิ่งขึ้น และสำหรับใครที่กำลังจะเข้าวงการ คริปโตฯ แล้วล่ะก็ เราต้องขอบอกอย่างตรงไปตรงมาเลยว่า ทุกการลงทุนล้วนมีความเสี่ยง! ดังก่อนที่คุณจะตัดสินลงเงินไปนั้น คุณจำเป็นที่จะต้องศึกษารายละเอียด คิดวิเคราะห์ทุกๆ อย่างให้รอบคอบ เพื่อที่มันจะได้ช่วยลดความเสี่ยงสำหรับการลงทุนของคุณนั่นเอง!