กลุ่มสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจากพรรคเดโมแครต กำลังผลักดัน ร่างกฎหมายใหม่ ที่มีเป้าหมาย ห้ามการสร้างและใช้ Memecoin ที่เชื่อมโยงกับชื่อของประธานาธิบดีและบุคคลทางการเมือง โดยให้เหตุผลว่า สกุลเงินดิจิทัลเหล่านี้อาจถูกใช้เพื่อบิดเบือนการเมืองและสร้างความเข้าใจผิดในหมู่ประชาชน

ร่างกฎหมายดังกล่าวถูกเสนอขึ้นเพื่อรับมือกับ กระแสการใช้ Memecoin ที่ตั้งชื่อตามบุคคลสำคัญทางการเมือง ซึ่งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาได้มีเหรียญคริปโตที่เกี่ยวข้องกับ บุคคลในทำเนียบขาวและนักการเมืองระดับสูง
เหตุผลที่อยู่เบื้องหลังร่างกฎหมาย
ฝ่ายนิติบัญญัติที่เสนอร่างกฎหมายแสดงความกังวลเกี่ยวกับ การใช้ Memecoin เป็นเครื่องมือทางการเมือง ซึ่งอาจส่งผลต่อการเลือกตั้ง และสร้าง ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับตัวผู้สมัครและนโยบายของพวกเขา
สมาชิกสภาคองเกรสจากพรรคเดโมแครตระบุว่า “Memecoin ที่ใช้ชื่อของบุคคลสำคัญทางการเมืองอาจถูกใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างกระแสปลอมและส่งผลต่อแนวคิดของประชาชน ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อกระบวนการประชาธิปไตย”
ท่าทีของหน่วยงานกำกับดูแล
ร่างกฎหมายนี้สะท้อนถึงความพยายามของรัฐบาลสหรัฐฯ ในการ ควบคุมตลาดคริปโต โดยเฉพาะในกรณีที่เกี่ยวข้องกับ บุคคลทางการเมืองและการเลือกตั้ง
ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC) ได้มีการตรวจสอบกรณีที่ Memecoin ถูกใช้เพื่อการระดมทุนและโฆษณาทางการเมือง ซึ่งอาจละเมิดกฎหมายด้านการเงินและความโปร่งใสในการเลือกตั้ง
กระแสตอบรับจากชุมชนคริปโต
แม้ว่าร่างกฎหมายนี้จะได้รับเสียงสนับสนุนจากกลุ่มที่ต้องการควบคุมการใช้คริปโตในทางการเมือง แต่ก็มีกระแสคัดค้านจากชุมชนคริปโต ที่มองว่ามาตรการดังกล่าวอาจเป็นการจำกัดเสรีภาพทางการเงิน
นักลงทุนและผู้พัฒนา Memecoin บางรายมองว่า การแบน Memecoin ที่เกี่ยวข้องกับบุคคลทางการเมืองอาจเป็นการแทรกแซงตลาดและทำลายเสรีภาพทางดิจิทัล
บทสรุป
ร่างกฎหมายที่เสนอโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคเดโมแครตนี้ เป็นอีกก้าวหนึ่งของ รัฐบาลสหรัฐฯ ในการควบคุมตลาดคริปโต โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ Memecoin ที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องจับตาดูว่าร่างกฎหมายนี้จะได้รับการสนับสนุนหรือเผชิญกับกระแสคัดค้านจากอุตสาหกรรมคริปโต
แหล่งที่มา: Cointelegraph
คำเตือนความเสี่ยง:
ข้อมูลบนเว็บไซต์นี้จัดทำเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำด้านการลงทุน ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจ ความเสี่ยงจากการลงทุนเป็นความรับผิดชอบของผู้ลงทุนเอง