แม้จะเผชิญกับแรงต้านจากพรรคเดโมแครตและนักวิจารณ์ในวงการการเงิน แต่กรอบกำกับดูแลสำหรับ Stablecoin ในสหรัฐอเมริกา ยังคงเดินหน้า โดยมุ่งเน้นการวางมาตรฐานการออกเหรียญและการจัดเก็บทุนสำรองให้ปลอดภัยยิ่งขึ้น ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการผลักดันความชัดเจนด้านกฎหมายในตลาดคริปโทเคอร์เรนซี

ร่างกฎหมายดังกล่าวถูกผลักดันโดยพรรครีพับลิกัน พร้อมเงื่อนไขให้ หน่วยงานของรัฐ (State Regulators) มีบทบาทสำคัญในการควบคุมและอนุญาตการออกเหรียญ Stablecoin ซึ่งแตกต่างจากร่างฉบับก่อนหน้าที่ให้อำนาจกับธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) เป็นหลัก
ข้อกังวลเกี่ยวกับผลประโยชน์ทับซ้อนของครอบครัว Trump
กระแสคัดค้านล่าสุดพุ่งเป้าไปที่ ความเป็นไปได้ของผลประโยชน์ทับซ้อน ระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติกับบริษัทที่เกี่ยวข้องกับครอบครัวของ Donald Trump โดยเฉพาะกรณีของบริษัท World Liberty Financial (WLF) ซึ่งมีข่าวว่าบริษัทนี้ได้รับผลประโยชน์ทางอ้อมจากการผลักดันร่างกฎหมาย Stablecoin
แม้ยังไม่มีการยืนยันความเชื่อมโยงอย่างเป็นทางการ แต่สมาชิกสภาจากพรรคเดโมแครตได้เรียกร้องให้มีการสอบสวนอย่างละเอียด โดยชี้ว่ากฎหมายนี้อาจเอื้อต่อธุรกิจที่มีสายสัมพันธ์กับอดีตประธานาธิบดี
“เราต้องมั่นใจว่า กฎหมายที่ผ่านออกมาจะต้องไม่ถูกชี้นำโดยผลประโยชน์ส่วนบุคคลของนักการเมืองหรือครอบครัวของพวกเขา”
หนึ่งในสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกล่าวระหว่างการประชุม
ภาคอุตสาหกรรมคริปโทให้การสนับสนุน
ในอีกด้านหนึ่ง ภาคอุตสาหกรรมคริปโทเคอร์เรนซีส่วนใหญ่กลับให้การสนับสนุนกรอบกำกับดูแลดังกล่าว เนื่องจากมองว่าจะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับนักลงทุน และเป็นเครื่องมือสำคัญในการป้องกันการล่มสลายแบบกรณีของ TerraUSD หรือ FTX
โดยหลายฝ่ายเรียกร้องให้สภาคองเกรสดำเนินการอย่างเร่งด่วน เพื่อให้ กฎหมาย Stablecoin มีความชัดเจนก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในเดือนพฤศจิกายนที่จะถึงนี้
บทสรุป
แม้จะมีประเด็นทางการเมืองเกี่ยวกับผลประโยชน์ทับซ้อน แต่กรอบกำกับดูแล Stablecoin ของสหรัฐฯ ยังคงเดินหน้าต่อไปอย่างมั่นคง การออกกฎหมายที่มีความสมดุลระหว่างความโปร่งใสและนวัตกรรมทางการเงินจึงเป็นสิ่งที่ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนต้องร่วมกันผลักดัน หากสหรัฐฯ ต้องการรักษาความเป็นผู้นำในตลาดการเงินดิจิทัลระดับโลก
แหล่งที่มา: cryptoslate.com
คำเตือนความเสี่ยง:
ข้อมูลบนเว็บไซต์นี้จัดทำเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำด้านการลงทุน ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจ ความเสี่ยงจากการลงทุนเป็นความรับผิดชอบของผู้ลงทุนเอง