เมื่อวันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC) และ แพลตฟอร์มคริปโต Gemini ได้ร่วมกันยื่นคำร้องต่อ ผู้พิพากษา Edgardo Ramos แห่งศาลรัฐบาลกลางในนิวยอร์ก เพื่อขอ เลื่อนกระบวนการทางคดีทั้งหมดออกไปเป็นเวลา 60 วัน

คำร้องดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการเจรจาเพื่อหาข้อยุตินอกศาลเกี่ยวกับคดีความที่ SEC ฟ้องร้อง Gemini ในข้อหาเกี่ยวกับ โปรแกรม Earn ซึ่งเปิดให้นักลงทุนฝากเงินคริปโตเพื่อรับดอกเบี้ย — โดยที่ทาง SEC มองว่าโปรแกรมนี้อาจเข้าข่ายเสนอขายหลักทรัพย์โดยไม่ได้รับอนุญาต
มุ่งสร้างทางออกที่เป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย
ตามรายงานจาก Bitcoinist ทั้ง SEC และ Gemini ต่างเห็นว่าการให้เวลาทั้งสองฝ่ายเจรจากันต่อไปน่าจะเป็นประโยชน์ต่อกระบวนการยุติธรรมและอาจนำไปสู่ข้อยุติที่ทุกฝ่ายยอมรับได้ โดยในคำร้องร่วมระบุว่า:
“การพักกระบวนการนี้จะช่วยให้ทั้งสองฝ่ายมีโอกาสพูดคุยกันอย่างรอบคอบ เพื่อค้นหาทางออกที่อาจเป็นไปได้ โดยไม่ต้องดำเนินการในศาล”
การขอพักคดีความครั้งนี้ยังสะท้อนถึงแนวทางล่าสุดของ SEC ที่พยายามหาทางยุติคดีความในวงการคริปโตแบบนอกศาล เพื่อลดภาระในกระบวนการยุติธรรม และอาจเป็นสัญญาณว่า SEC พร้อมเปิดทางให้บริษัทคริปโตบางรายเข้าสู่การกำกับดูแลหากมีความร่วมมือ
เบื้องหลังคดี: ความขัดแย้งระหว่าง Gemini กับ SEC
Gemini ถูก SEC ฟ้องร้องเมื่อปี 2023 โดยกล่าวหาว่าโปรแกรม Gemini Earn ที่เปิดตัวร่วมกับบริษัท Genesis นั้นถือเป็นการเสนอขายหลักทรัพย์ที่ไม่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล ซึ่งทำให้เกิดข้อกังขาในประเด็น “หลักทรัพย์” ของผลิตภัณฑ์ด้านคริปโต และทำให้เกิดคดีความต่อเนื่องมาหลายเดือน
นอกจากนี้ Genesis ยังได้ยื่นขอล้มละลายไปแล้ว ซึ่งเป็นอีกประเด็นสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของโปรแกรม Earn และสร้างความเสียหายต่อผู้ใช้บริการบางส่วน
บทสรุป
การที่ SEC และ Gemini ร่วมกันยื่นขอเลื่อนคดีออกไป 60 วัน แสดงถึงความพยายามที่จะหาทางออกร่วมกันนอกศาล ซึ่งอาจช่วยลดแรงกดดันจากทั้งฝ่ายกำกับดูแลและภาคธุรกิจคริปโต หากการเจรจาประสบความสำเร็จ อาจนำไปสู่แนวทางใหม่ในการจัดการความขัดแย้งระหว่างหน่วยงานกำกับดูแลกับบริษัทคริปโตในอนาคต
แหล่งที่มา: bitcoinist.com
คำเตือนความเสี่ยง:
ข้อมูลบนเว็บไซต์นี้จัดทำเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำด้านการลงทุน ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจ ความเสี่ยงจากการลงทุนเป็นความรับผิดชอบของผู้ลงทุนเอง