Bitcoin ทำสถิติ Hashrate สูงสุดเป็นประวัติการณ์ แม้รายได้ขุดลดต่ำในยุคหลัง Halving

2

เครือข่าย Bitcoin (BTC) ได้สร้างสถิติใหม่อีกครั้ง โดย ค่า Hashrate หรืออัตราพลังประมวลผลรวมของเครือข่าย ได้แตะระดับสูงสุดตลอดกาล (All-Time High) หลังผ่านพ้นเหตุการณ์ Halving ครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2024 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่รางวัลสำหรับนักขุดลดลงจาก 6.25 BTC เหลือ 3.125 BTC ต่อบล็อก

Hashrate ของ Bitcoin พุ่งขึ้น ขานรับยุคใหม่หลัง Halving 2024
Hashrate ของ Bitcoin พุ่งขึ้น ขานรับยุคใหม่หลัง Halving 2024

ความเคลื่อนไหวนี้สร้างความประหลาดใจให้กับตลาด เนื่องจากการลดลงของรางวัลควรส่งผลให้ต้นทุนของนักขุดเพิ่มขึ้น และอาจนำไปสู่การปิดเหมืองหรือปรับลดกำลังขุดในบางส่วน แต่กลับกลายเป็นว่า Hashrate ยังคง เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

รายได้จากการขุดลดต่ำสุดในรอบปี

แม้ Hashrate จะพุ่งขึ้น รายได้รวมจากการขุดกลับลดลงอย่างมาก โดย Bitcoinist รายงานว่า รายได้ต่อวันของนักขุดลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบกว่า 12 เดือน อันเป็นผลจากการที่จำนวน BTC ที่ได้ต่อบล็อกลดลงอย่างเป็นทางการหลัง Halving

รายได้ที่ลดลงนี้ส่งผลให้แรงกดดันต่อผู้ประกอบการเหมือง โดยเฉพาะกลุ่มที่ใช้เครื่องขุดประสิทธิภาพต่ำหรือต้นทุนไฟฟ้าสูง ยิ่งรุนแรงขึ้น ในขณะที่ผู้ประกอบการรายใหญ่ยังคงประคองกำลังขุดไว้ได้ โดยเชื่อว่าราคาของ BTC ในระยะยาวจะยังมีโอกาสเติบโต

นักขุดยังไม่ยอมแพ้: Hashrate ที่พุ่งสะท้อนความมั่นใจ

ท่ามกลางสภาวะที่รายได้หดตัวลง แต่ Hashrate ที่เพิ่มขึ้นกลับสะท้อน ความมั่นใจในเครือข่าย Bitcoin ระยะยาว ว่าจะยังคงมีมูลค่าทางเศรษฐกิจและความปลอดภัยสูง

“การที่ Hashrate พุ่งทำจุดสูงสุดใหม่หลัง Halving เป็นสัญญาณว่าตลาดยังเชื่อมั่นในระบบ Bitcoin แม้แรงจูงใจด้านรายได้จะลดลงก็ตาม” Bitcoinist ระบุในรายงาน

นอกจากนี้ ยังมีนักวิเคราะห์บางส่วนที่มองว่า การเพิ่มขึ้นของ Hashrate อาจมาจากการที่นักขุดย้ายไปใช้เครื่องขุดรุ่นใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น และสามารถทำกำไรได้แม้รางวัลลดลง

ระบบยังคงมั่นคง แม้แรงจูงใจทางรายได้ลดลง

Hashrate ที่เพิ่มขึ้นไม่เพียงแค่สะท้อนความมั่นใจของนักขุดเท่านั้น แต่ยังหมายถึง ความมั่นคงของระบบเครือข่ายที่เพิ่มขึ้นด้วย เพราะยิ่งมีพลังประมวลผลในระบบมากเท่าไร ความยากในการโจมตีเครือข่ายก็ยิ่งสูงขึ้น

ในทางกลับกัน หากรายได้ยังคงลดต่ำต่อเนื่องและราคาของ BTC ไม่สามารถฟื้นตัวในระยะกลาง อาจนำไปสู่การลดลงของ Hashrate ในระยะถัดไป ซึ่งเป็นสิ่งที่นักลงทุนและนักวิเคราะห์ต้องจับตามอง

บทสรุป

หลังจากเหตุการณ์ Halving ในเดือนเมษายน 2024 เครือข่าย Bitcoin ยังคงแสดงความแข็งแกร่ง โดยทำสถิติ Hashrate สูงสุดใหม่ แม้รายได้ของนักขุดจะลดต่ำที่สุดในรอบปี สะท้อนถึงความเชื่อมั่นระยะยาวของระบบ และบทบาทของนักขุดในยุคใหม่หลัง Halving ที่เน้นประสิทธิภาพและความยั่งยืนมากขึ้น

แหล่งที่มา: bitcoinist.com


คำเตือนความเสี่ยง:
ข้อมูลบนเว็บไซต์นี้จัดทำเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำด้านการลงทุน ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจ ความเสี่ยงจากการลงทุนเป็นความรับผิดชอบของผู้ลงทุนเอง
บทความก่อนหน้านี้KOR Protocol เปิดตัวบล็อกเชน Layer 1 บน Avalanche ผลักดันคอนเทนต์บันเทิง AAA สู่ Web3
บทความถัดไปMastercard เดินหน้าเปิดตัวระบบโอนคริปโตแนว Venmo บนบล็อกเชน