Genius Group ถูกสั่งห้ามซื้อ Bitcoin เพิ่ม หลังศาลสหรัฐฯ ออกคำสั่งจำกัดกิจกรรมทางการเงิน

4

บริษัทด้านปัญญาประดิษฐ์จากสิงคโปร์ Genius Group ถูกศาลแขวงสหรัฐฯ ในนิวยอร์กออกคำสั่ง ห้ามไม่ให้ซื้อ Bitcoin เพิ่ม หรือดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการระดมทุน รวมถึงการออกหุ้นใหม่ หลังจากมีข้อพิพาททางกฎหมายกับบริษัท Fatbrain AI เกี่ยวกับการควบรวมกิจการเมื่อปีที่ผ่านมา

ศาลสหรัฐฯ สั่งคุมเข้มการดำเนินธุรกิจของ Genius Group
ศาลสหรัฐฯ สั่งคุมเข้มการดำเนินธุรกิจของ Genius Group

คำสั่งดังกล่าวเกิดขึ้นจากคำร้องของผู้บริหาร Fatbrain AI ที่ระบุว่ามีการฉ้อโกงเกิดขึ้นในการควบรวม ซึ่งส่งผลให้ศาลออกคำสั่งระงับชั่วคราว (TRO) และคำสั่งเบื้องต้น (PI) ตั้งแต่วันที่ 13 มีนาคม 2025

จำใจขาย Bitcoin จากคลังสำรองเพื่อดำเนินธุรกิจต่อ

จากคำสั่งของศาล Genius Group ต้อง ขาย Bitcoin จำนวน 10 เหรียญ จากคลังสำรองทั้งหมดที่มีประมาณ 440 BTC เพื่อเป็นทุนในการดำเนินกิจการต่อไป โดยขณะนี้มูลค่ารวมของคลังสำรองอยู่ที่ประมาณ 23 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

แม้บริษัทยืนยันว่าจะพยายามเลี่ยงการขายเพิ่ม แต่ก็ยอมรับว่าหากคำสั่งศาลยังมีผลต่อไป บริษัทอาจต้อง ลดขนาดคลัง Bitcoin ลงเพิ่มเติมในอนาคต

“Genius กำลังดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อลดการขาย Bitcoin แต่หากคำสั่ง PI ยังมีผล บริษัทอาจต้องลดคลัง BTC ลงในเดือนถัดไป”

คำสั่งศาลกระทบกฎหมายแรงงานในสิงคโปร์

นอกจากผลกระทบทางการเงิน คำสั่งศาลยังทำให้ Genius Group ไม่สามารถจ่ายค่าตอบแทนในรูปแบบหุ้นแก่พนักงานได้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาจ้างงานในประเทศสิงคโปร์ โดย Roger James Hamilton CEO ของบริษัทกล่าวว่า

“เราไม่เคยคิดมาก่อนว่า ศาลสหรัฐฯ จะมีอำนาจสั่งห้ามบริษัทออกหุ้น ระดมทุน หรือซื้อ Bitcoin ทั้งที่โดยปกติแล้วควรเป็นการตัดสินใจของผู้ถือหุ้นหรือบอร์ดบริหาร”

เบื้องหลังข้อพิพาท: การควบรวมล้มเหลวและคดีฉ้อโกง

Genius Group และ Fatbrain AI เคยทำข้อตกลงควบรวมกิจการในเดือนมีนาคม 2024 แต่ในเดือนตุลาคมปีเดียวกัน Genius ได้เริ่มกระบวนการยกเลิกสัญญา พร้อมกล่าวหาผู้บริหารของ Fatbrain ว่า มีการฉ้อโกงที่ส่งผลกระทบต่อผู้ถือหุ้น กว่า 30 ล้านดอลลาร์

แม้ในภายหลัง Genius Group จะถูกถอดชื่อออกจากคดีความของผู้ถือหุ้นเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2025 แต่คำสั่งศาลยังคงมีผลจนกว่าผลการอนุญาโตตุลาการจะสิ้นสุด

จากความหวัง Bitcoin สู่ความเสี่ยงของธุรกิจ

Genius Group เคยประกาศเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2024 ว่ามีเป้าหมายถือครอง Bitcoin เป็นสัดส่วน มากกว่า 90% ของเงินทุนสำรองทั้งหมด โดยมีเป้าหมายเริ่มต้นที่ 120 ล้านดอลลาร์ และส่งผลให้ราคาหุ้นของบริษัทพุ่งขึ้นกว่า 66% ในช่วงต้น

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันราคาหุ้นของบริษัทร่วงลงเหลือเพียง $0.22 จากจุดสูงสุดที่เคยแตะ $96 ในเดือนมิถุนายน 2022 ซึ่งลดลงมากกว่า 99% จากจุดสูงสุด

บทสรุป

กรณีของ Genius Group แสดงให้เห็นถึง ความเปราะบางของบริษัทที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวข้องกับ Bitcoin ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ แม้จะมีแผนถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลในระยะยาว แต่คำสั่งศาลและข้อพิพาททางธุรกิจสามารถเปลี่ยนทิศทางของบริษัทได้ทันที พร้อมสร้างผลกระทบทั้งทางการเงินและชื่อเสียงในเวลาเดียวกัน

แหล่งที่มา: cointelegraph.com


คำเตือนความเสี่ยง:
ข้อมูลบนเว็บไซต์นี้จัดทำเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำด้านการลงทุน ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจ ความเสี่ยงจากการลงทุนเป็นความรับผิดชอบของผู้ลงทุนเอง
บทความก่อนหน้านี้ธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในบราซิลพิจารณาออก Stablecoin รอความชัดเจนด้านกฎเกณฑ์
บทความถัดไปArthur Hayes มอง “ภาษีของ Trump” เป็นปัจจัยบวกระยะกลางต่อราคา Bitcoin